2005/Nov/30

ผมเป็นคนไม่ชอบทักษิณ ไม่รู้ว่าทำไม อาจเพราะไม่ชอบคนรวย ก็ไม่ใช่คนรวยที่ผมชื่นชมก็มี อาจเพราะไม่ชอบคนขี้คุย ก็ไม่แน่ ถ้าขี้คุยให้ถูกเวลามันก็น่าฟังอาจเพราะไม่ชอบคนอวดเก่ง ก็อาจเป็นได้ แต่ไม่อวดเก่งแล้วจะอวดอะไรหรือเพราะไม่ชอบคนโง่ขี้โม้ ทักษิณก็ไม่ได้โง่สักหน่อย ฉลาดจะตาย แต่สงสัยคราวนี้ได้มาตายน้ำตื้น(จริงหรือ) หรือเราโดนหลอกด้วยมุขตึ้นๆกับเมืองไทยรายสัปดาห์ไปแล้ว

ทั้งหมดนี้เป็นความคิดของผม ในช่วงขาลงของทักษิณ มันเป็นเรื่องซะใจโดยไม่มีเหตุผลของผม และยิ่งเห็นเป็นเรื่องชอบธรรมยิ่งขึ้นเมื่อมีคนอย่างสนธิ มาพูดให้เหตุผลในการเอาทักษิณออกจากระบบ ทั้งเรื่องงบประมาณ โปรเจค เรื่องเบื้องสูง เรื่องคำโกหก เรื่องธรรมเนียม เรื่องอะไรต่ออะไรสารพัด เห็นแล้วน่าเอาออกจริงๆ

แต่

แต่แล้วผมก็มาฉุกคิดนิดนึงว่า คนที่ทำอะไรวางแผนมาตั้งนาน วางแผนหาเสียง หาอำนาจสร้างเครือข่ายมาได้ขนาดนี้จะมาตายน้ำตื้นแค่นี้หรือจะมาหวังกับการโกงกินประเทศตัวเองเพื่อหนีไปอยู่เมืองนอกแล้วกลายเป็นคนไม่มีสัญชาติ ให้คนทั้งประเทศได้เกลียดคนตระกูลนี้สืบไปหรือจะมีปัญญาแค่อาศัยมวยวัดโดยใช้เพื่อนๆ ไปวันๆแค่นั้นหรือ แล้วจำเป็นต้องรนหาที่ หาเหาใส่หัวด้วยเรื่องไม่จำเป็นทำไมตั้งมากมาย สร้างสถาณการณ์ที่ขัดกับความรู้สึกของคนทั้งชาติไปทำไมหรือว่าเขาตั้งใจจะทำอะไรอย่างอื่นที่เขาไม่พูดกัน

เรื่องที่คนเราไม่สามารถพูดได้ เรื่องที่ติดอยู่ในจารีตประเพณีไทย ติดจนแยกกันไม่ออก ติดจนเหมือนเป็นเรื่องปกติ ไม่สามารถโต้แย้งได้ เป็นความถูกต้องชอบธรรมในตัวเอง จนไม่มีใครกล้าท้าทาย ไม่กล้าเปิดหูเปิดตาตัวเอง

ลองอ่าน "ข้ามให้พ้นประชาธิปไตยแบบ หลัง 14 ตุลา" ของธงชัย วินิจจะกูล นะครับ ไม่เกี่ยวกันเท่าไหร่ แต่ก็น่าคิดครับ

หรืออาจเป็นเรื่องอื่นก็ได้ครับ ใครจะรู้

2005/Aug/12

ลอตเตอรี่ อุบายไร้หลักการของกลุ่มคนชั่วที่ใช้หลอกให้คนโง่ซื้อและเพิ่อให้คนไร้โอกาศหมดโอกาส

ทำไมผมถึงคิดอย่างนั้นหน่ะหรือ ผมอธิบายไม่ยาก

ใครเป็นคนออกลอตเตอรี่ ก็รัฐ แล้วใครได้ส่วนแบ่งจากรายได้ที่ได้มา ก็รัฐเป็นส่วนมาก ยี่ปั้วเป็นส่วนใหญ่ คนพิการที่ขายลอตเตอรี่นั้นกลับได้กำไรน้อยนิด แล้วใครที่ต้องเสียเงิน ถ้าไม่ใช่คนโง่ที่คิดว่าการซื้อเป็นการเสี่ยงโชคเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสี่สิบแลกสามล้าน หรือ เป็นการช่วยคนพิการที่ลำบากลำบนเดินมาขายลอตเตอรี่

มันเป็นนโยบายที่ชั่วร้ายมาตั้งแต่เริ่มต้นแล้ว มีที่ไหนที่รัฐมาส่งเสริมให้คนในชาติมานั่งหวังลมๆแล้งๆ ด้วยตัวเลขเงินรางวัลที่หนึ่งอันมหาศาลซึ่งตรงข้ามกับโอกาสที่จะถูกอันน้อยนิด ทำให้คนจำนวนมากต้องมานั่งเสียเวลาตลอดบ่าย หรือตลอดวันนั้น นั่งล้นตัวเลขที่จะออก บ้างก็ถูก ก็ดีใจ ใช้เงินที่ได้มาอย่างสุร่ยสุร่าย คนที่เสีย ก็เศร้าไปแต่ก็ยังหวังกับงวดหน้าต่อไปไม่มีหยุด เป็นวัตรจักรแห่งกิจวัตรยามบ่ายทุกวันที่ 1 และ 16 ของเดือน

ไม่พอ รัฐก็เอาหน้ากลับบอกเป็นการช่วยคนพิการให้มีรายได้ ผมว่าอุบายนี้ การใช้แรงงานเด็กในประเทศโลกที่สามยังดูมีเหตุผลกว่า มีที่ไหน จัดการระบบซะใหญ่โต แต่จัดการกระจายสลากได้ไม่ทั่วถึง มีการใช้เส้นใช้สาย มีการ monopolize การจำหน่ายสลาก ไปอยู่ที่กลุ่มบุคคล ที่คอยสูบเลือดจากกลุ่มคนพีการเหล่านั้น แทนที่เงินที่ได้จากการขายสลากจะเป็นรายได้ให้กล่มคนพิการ กลับต้องไปเสียให้กับกล่มคนชั่วเหล่านี้ แล้วรัฐก็ออกมาอ้างว่า ช่วยไม่ได้ ไม่งั้นจะขายสลากได้ไม่หมดต้องหาตัวแทนจำหนาย มีแต่คนโง่เท่านั้นที่เชื่อ และก็มีแต่คนชั่วเท่านั้นที่ไม่คิดจะแก้ไขอะไร

นี่ยังไม่รวมกับการนำหวยใต้ดินมาบนดิน ยี่งเป็นการเพิ่มจำนวนคนให้หลงไปกับอุบายอันชั่วช้าเหล่านี้ แม้ว่าจะดีกว่า การมีเจ้ามือหวยถูกฆ่า หรือไปฆ่าคนอื่น แต่แนวคิดนี้ของรัฐ ก็ยังคงคิดแต่จะมัวเมาประชาชน

คราวนี้ในส่วนของคนที่ซื้อ ถ้าจะบอกว่าเป็นการเสียงเพิ่อความสนุก ความตื่นเต้นในการเสียตังก็ไม่ว่าอะไร สำหรับคนที่เรียนเรื่องความเสียงมาแล้ว คงเห็นกันชัดๆว่า การลงทุนกับลอตเตอรี่มีแต่เสีย ก็จึงไม่แปลกที่ไม่เห็นนักธุรกิจร้อยล้านมาลงทุนซื้อสลาก ใครจะมาลงทุน 80 บาทแล้วมีอัตราเฉลี่ยที่จะได้เงินคืนประมาณ ครึ่งนึง ก็มีแค่คนโง่ไงที่จะลงทุนอย่างนั้น

ถ้าบอกว่า เป็นการช่วยคนพิการที่มาขาย ก็กลับขึ้นไปอ่านเหตุผลข้างบนนะครับ ถ้าจะช่วยผมว่า คุณก็ให้เงิน 80 บาทที่จะซื้อให้เขาไปเลยไม่ดีกว่าหรอ ไม่ต้องไปตกหล่นหายซะที่ยี่ปั้วหมด ถ้าบอกว่า เดี๋ยวคนขายจะหาว่าเขาไม่มีศักดิ์ศรีหรืออย่างไร เที่ยวไปขอเงินอย่างนั้นได้อย่างไร ต้องหาไรไปแลกเป็นการทำงานสิ ผมว่า คุณคิดดูดีๆแล้วกันว่าที่เอาลอตเตอรี่ไปขาย มันแค่ช่วยสร้างภาพว่าเขาไม่ได้มาขอตังเฉยๆนะ แต่เอาสลากมาขายต่างหาก แต่มันต่างกันตรงไหนหล่ะ ผมว่ามันแย่กว่าการมาขอเฉยๆอีก มาขายของที่ไม่มีตัวตน ให้คนอื่นเสียเงินเกินกว่าของที่เขาได้ แล้วคนขายก็ได้เงินมานิดหน่อย แต่ต้องเสียส่วนใหญ่ให้คนออกอุบายและกล่มคนชั่วที่เป็นคนออกสลาก

แล้วอย่างนี้ คุณจะยังซื้อ สลากอีกหรอ ผมก็คงตอบซื้อ เพราะผมอยากซื้อ ผมอยากตื่นเต้นกับการเสียตัง หรือเพิ่อไม่ให้คนขายคนอื่นมาย่งวุ่นวายที่โต๊ะกินข้าวอีก ไม่ใช่เหตุผลอื่น ผมไม่ได้ช่วยคนพิการเหล่านั้น เพราะเงืนที่ผมให้ไปแทบไม่ได้ช่วยเขาเลย ไม่ได้คิดว่าเป็นการลงทุนเพิ่อให้ได้รางวัลที่หนึ่ง เพราะ มีแต่คนโง่เท่านั้นที่คิดว่าเป็นการลงทุนที่จะให้กำไร ไม่ได้คิดว่าเงินที่รัฐได้จะกลับมาสู่สังคมมันเป็นเงินชั่วที่ได้มาจากระบบที่จะทำลายคนในประเทศ ได้คืนมาแค่ไหนก็ไม่ค้มหรอก ผมไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้น

งั้นเงินที่ได้มาจากการถูกสลาก ก็ได้มาด้วยความอยาก ความโง่ ไม่ได้มาด้วยความคิดหรือเหตุผลที่มาจากความคิดกุศลใดๆทั้งสิ้น งั้นก็คงไม่แปลก ถ้าคนที่ถูกรางวัลที่หนึ่งจะใข้มันโดยไม่คิด ก็มันไม่ได้คิดตั้งแต่ตอนซื้อสลากแล้วนี่

สามล้านดูเหมือนจะเยอะนะ ทำงานทั้งชีวิตไม่รู้จะได้มาหรือเปล่า แต่มันไมใช่คุณค่าของคนคนนั้นเลย เขาทำงานอะไรตอนนี้ และสร้างผลงานได้เท่าไหร่ เขาทำอะไรให้สังคมบ้าง และเขาสามารถทำอะไรต่อไปในอนาคตต่างหาก ที่เป็นสิ่งสำคัญ เป็นคุณค่าของคนคนนั้น ไม่ใช่เงินที่เขาได้มาโดยชั่ววูบ


บางคนบอกว่า คนฉลาดก็ต้องรู้จักใช้เงินที่ได้มานั้นให้เกิดประโบชน์ ไม่ใช่ใช้ให้หมดแล้วก็กลับไปเป็นอย่างเดิม แต่ผมคิดกลับกัน ผมว่านั่นแหละคือวิถีของคนฉลาดและเก่ง คนเราเลือกได้ว่าชีวิตเราจะเป็นอย่างไร เราเลื่อกมาแล้ว เราอยากจะเป็นอย่างนี้ ทำอาชึพนี้ มีขีวิตอย่างนี้ต่างหาก ถึงจะมีความสุข ถ้าการได้เงินรางวัลมาทำให้มีความสุขมากขึ้น งั้น คุณก็ไม่ได้ maximize ความสุขของคุณตั้งแต่แรกแล้วสิ งั้นคุณก็หาทางรวยตั้งแตแรกสิ ไม่ใช่มานั่งรอสลาก แต่คนที่เขาเลือกว่าจะมีชีวติอย่างนี้ ทำงานนี้ มีครอบครัวแบบนี้ แล้วมีความสุขพอแล้ว มีความสุขที่สุดแล้ว เงินที่ได้มา ก็เหมือนเป็นส่วนเกิน ไม่สำคัญนัก รีบใช้ให้หมดไปเลยก็ได้ เพราะ การกลับไปเป็นอย่างเดิมทำให้เขามีความสุขดีอยู่แล้ว

การมีเงินมาเพิ่มบางทีก็ไม่ได้ทำให้ชีวิตมีความสุขหรอกครับผมว่า เรากลายเป็นคนดังในหมุ่บ้าน ใครๆก็มาขอตัง เพราะหวังว่าเรารวยแล้วจะให้เขาง่ายๆ พอไม่ให้ก็โกรธเราอีก อะไรกัน ขโมยก็หมายตา ชีวิตก็ต้องเปลี่ยนไป คงไม่ถึงกับต้องหลบๆซ่อนๆ แต่ คงวุ่นวายพอดู เป็นปัญหาของคนรวยมั้ง ไม่รู้เหมือนกัน

เอาเป็นว่า ถ้าเป็นผม ผมก็คงจะทำให้เงินมันหายไปจากชีวิตผมให้เร็วที่สุด ผมจะได้กลับไปมีชีวิตที่ผมเลือก เหมือนเดิม แต่จะทำให้หายไปอย่างไรนั้น ก็คงแล้วแต่คน จะเอาไปละลายแม่น้ำโดยการโยนทิ้งแม่น้ำ เที่ยวให้คนโน้นคนนี้ไปเรื่อย สุร่ยสุร่าย สำมะเลเทเมาก็คงไม่ใช่ผม

ผมจะเอาเงินที่ได้ ไปทำไงก็ได้ ให้ระบบลอตเตอรี่นี้มันเจ้งหายไปจากเมืองไทย อุบายชั่วๆเหล่านี้จะได้จบๆไปสักที เช่นตั้งองกรการโกงหวยบนติน ให้มันลอคเลขได้ กองสลากจะได้เจ้งๆไปเลย ไม่ก็ตั้งแหล่งงานให้คนพิการทีขายลอตเตอรี่เหล่านี้ พูดเหมือนทำง่ายแหะ ผมไม่ใช่กองจัดหางานนะ ไม่ก็ใช้วิธีสร้างแนวคิดให้คนเห็นความชั่วของลอตเตอรี่ ทำให้มันดูแย่กว่าบุหรี่ หรือ เมาแล้วขับเลย เอาให้คนกลัว ไม่อยากซื้อลอตเตอรี่ไปเลย

ไม่ก็เอาเงินไปทำประโยชน์อย่างอื่นที่ไม่ใช่การทำบุญกับการสร้างวัด สร้างวีหาร สร้างพระพุทธรูป สร้างสิ่งของที่เป็นทรัพย์สูญ ไม่เกิดประโยชน์

ผมว่าคุณคงคิดออกว่าจะเอาเงินไปทำอะไรนะ ผมว่าก็แล้วแต่คนนะครับ แต่ที่ผมกำลังบอกคือ มันไม่ผิดหรอกถ้าการใช้เงินที่ได้มาง่ายๆไปง่ายๆ ดูสุร่ยสุร่าย ดูไม่คิด ก็มันไม่ได้คิดมาตั้งแต่ต้นแล้วจะมาให้คิดอะไรอีก หิวจะกินข้าวแล้วไปเข้าห้องน้ำเพือ่ถ่ายก็ใช่ท่า

เอาไปเลี้ยงข้าวเด็กที่ขาดโอกาส ไปบริจาคให้โครงการโน้นโครงการนี้ ไปทำอะไรต่อมิอะไรให้หมด อย่าเก็บมันไว้ถ้าไม่จำเป็น จะเอาไปลงทุนอะไรต่อก็ตามใจ แต่ผมเลือกชีวิตผมแบบนี้ ผมเลือกเดินมาทางนี้ ผมไม่ได้ต้องการเป็นคนรวย ถ้าผมต้องการผมก็จะหาเงินของผมเอง ผมไม่ต้องการเงินอันไร้ศักดิ์ศรีนี้ เงินที่ได้มาจากอุบายอันชั่วร้ายของคนเลวเบื้องบนเหล่านั้น


2005/Jul/25

สแกนจากหนังสือการ์ตูน ตอนที่ประทับใจ เฉพาะตัวเหตุการณ์ ไม่รวมตัวเรื่อง ไม่นับคำแปล

เอาหล่ะ คราวนี้คือ ตัวเรื่องที่ผมว่าจะเขียน ในความสุขของต้วนยี่แล้ว เขายังคงต้องมานั่งตอบคำถามอยู่สองข้อ จริงจริงแล้วแม่นางหวังรักใครมากกว่ากัน และ นางมีค่าพอที่เขาจะรักตอบหรือไม่

ตามท้องเรืองแล้ว คงไม่ต้องถาม ว่าต้วนยี่ตอบตัวเองอย่างไร

คำถามข้อที่สองหลายคนคงคิดว่า เป็นเรื่องของความรักแต่อย่างเดี่ยว ผมว่าขึ้นอยู่กับค่านิยมและจารีตทางสังคมของคนอ่านที่กำลังถูกทดสอบ มันเป็นเรื่องความไม่ยุติธรรมระหว่างเพศ และ ความแตกต่างของ ค่านิยมในสังคมนั้นๆๆ ผู้ชายมมีภรรยาหลายคน เป็นเรื่องปกติมากในการ์คูนเรื่องนี้ แต่ผู้หญิงที่รักผู้ชายหลายคน แทบจะไม่มี อ่อ มีอีกคน คือแม่ของต้วนยี่ แต่นั่นคือการตั้งใจสวมเขาให้สามีของนาง

แต่ในที่นี่ ต้วนยี่ถูกทดสอบว่าแม่นางหวัง ที่เคยรักมู่หยงฟู่มาก่อน จะรักเขาจริงไหม และ มีค่าพอที่จะรักตอบหรือเปล่า แค่เคยรักคนอื่นมาก่อน ก็เหมือนเป็นรอยเปื้อนในสังคมการ์ตูนนี้แล้ว

คราวนี้ ก็กลับมาที่ละครในปัจจุบัน ก็มีเรื่องทดสอบแบบนี้อยู่มากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งเรื่องเพลิงพายุเลห์ภูมเรศขุนศึกฯลฯไม่ว่าจะเป็นการทดสอบตัวพระเอก หรือ คนที่มารักนางเอกอย่างไม่มีข้อแม้ใดๆ โดยที่นางเอกบางครั้งถูกทำร้ายจนหมดสวย บางครั้งนางเอกถูกข่มขีน บางครั้งท้องกับคนอื่น แล้วตัวพระเอกก็ต้องเป็นคนตัดสินใจ ว่าจะทิ้งหรือไม่ทิ้งไป

ผมรู้สึกว่า ละครจะค่อยๆ เพิ่มเงื่อนไขการตัดสินใจให้หนักหน่วงยิ่งขึ้นทุกที จากแค่หน้าตา เป็นเรื่องพรหมจรรย์ และก็เป็นเรื่องเลือดเนื้อที่อยู่ในท้อง ไม่รู้ว่าเงื่อนไขเหล่านี้ เพิ่มขึ้นเพราะ ต้องการนำเสนอตัวอย่างความรักที่ไม่มีเงื่อนไข รักอย่างจริงใจ สำคัญแต่ใจ ไม่เกี่ยวกับร่างกาย สภาพสังคม ที่ยอมรับ sex free มากขึ้น หรือ ให้สิทธิและปกป้องผู้หญิงในเรื่องเหล่านี้มากขึ้น หรือ เป็นเพราะสภาพสังคมที่แย่ลง มีการข่มขีน ปล่อยเนื้อปล่อยตัวของวัยรุ่น และ การท้องโดยไม่พร้อมมากขึ้น

ไม่ว่าอย่างไร สังคมเรากำลังเปลี่ยน ผมก็ไม่รู้หรอกว่าขอบเขตของการยอมรับได้ มันแค่ไหน ยอมรับได้บ้างก็ดีแล้วจะเห็นว่ารักนี้สำคัญตรงไหน แต่มากเกินไปก็อันตรายอาจถูกสวมเขาได้ง่ายๆ